การหัวเราะช่วยกระตุ้นการพัฒนาอารมณ์ขัน อารมณ์ ร่าเริงของเด็กๆ พ่อแม่อาจลองเล่นปูไต่กับลูกน้อยดู เด็กๆ จะ ได!เกการคาดเดาเหตุการณ์ ถ้าพ่อแม่เล่นอย่างนี้จะเกิดอะไรขึ้น จะเริ่มไต่จากตรงไหน เป็นต้น
พ่อแม่สามารถ!เกความจำให้กับลูกน้อยไต้ โดยการถือ รูปภาพที่ลูคล้ายกัน 2 รูป โดยถือให้ห่างจากสายตาของลูก น้อยประมาณ 1 ฟุต ห่วงยางเด็ก  อาจเป็นรูปหมีทั้งสองรูป แต่ละรูปหนึ่งมี ลูกหมีตัวเล็กๆ อยู่ด้วย ถึงแม้จะยังเป็นทารก แต่เขาก็สามารถ แยกแยะความแตกต่างไต้แล้ว การกระทำแบบนี้จะช่วยสร้าง พื้นฐานในการจดจำการอ่านตัวหนังสือให้แก่ลูกไต่ในอนาคตเวลาที่เราอาบ,นาให้ลูกนั้น เราก็สามารถสอน หรือ อธิบายให้ลูกได้รู้จักอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการอาบนั้า และส่วน ต่างๆ ของร่างกาย การกระทำอย่างนี้จะช่วยให้ลูกได้เรียนรู้ขั้น ตอนการอาบนั้า และได้จดจำคำศัพฑ็ใหม่ๆ ไปในตัวเวลาว่างๆ ที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับลูกน้อย ลองร้องเพลงหรือ สร้างจังหวะส่วนตัวระหว่างลูกน้อยกับพ่อแม่ขึ้นมา เช่น เวลาที่ ทาแป้ง ก็แต่งเพลงหรืออาจจะเป็นคำกลอนสั้นๆ เกี่ยวกับการ ทาแป้ง และร้องออกมาเป็นเสียงสูง เสียงตา แบบการร้องเพลง ทั่วๆ ไป หรืออีกกรณีหนึ่งก็คือ การเปิดเพลงให้ลูกฟัง อาจเป็น เพลงป้อบ เพลงบรรเลง เพลงลูกทุ่งยอดนิยมก็ได้ มีผลการวิจัย พบว่า ดนตรีมีส่วนสัมพันธ์กับการเรียนรู้คณิตศาสตร์ของลูกถ้าลูกน้อยชอบดึงกระดาษฑิชชู่ออกมาจากม้วนก็อย่าไป ห้าม แต่ถ้าจะให้ดีควรให้ลูกเล่นกระดาษทิชชู่ม้วนที่กำลังจะ หมดแล้ว เพื่อความประหยัด การที่ลูกได้ขยำขยี้กระดาษจนยับ ย่นนั้น เป็นการแกประสาทสัมผัสและการใช้มือไปในตัวการอ่านหนังสือให้ลกฟัง ช่วยให้ลกเรียนร้ภาษาได้ แม้ จะยังเปีนทารกตัวน้อยๆ มีผลการศึกษาวิจัยออกมาว่า แพยางเล่นน้ำ  แม้เด็ก อายุ 8 เดือน ก็สามารถเรียบเรียงคำพูดที่พ่อแม่อ่านให้ฟัง 2-3 ครั้ง ตังนั้น ควรแบ่งเวลาว่างให้ลูกทุกวันรวบรวมรูปภาพของบรรดาญาติมิตรมาใส่อัลบั้มรูปเอาไว้ เมื่อมีเวลาว่างนำรูปเหล่านั้นมาให้ลูกน้อยดู พร้อมทั้งอธิบาย บอกชื่อของปูย่า ตายาย พี่ปัาน้าอา แต่ละคน เพื่อให้ลูกได้จดจำ หรือเวลามีญาติคนไหนโทรศัพท์มา ก็นำเอารูปออกมาให้ลูกดู พร้อมกับให้ฟังเสียงในโทรศัพท์ใปด้วย ทำอย่างนี้บ่อยๆ เพื่อ ปิกให้ลูกได้จดจำชื่อของแต่ละคนในครอบครัวกิจวัตรประจำวันต่างๆ ของพ่อแม่ ควรให้ลูกน้อยได้มี ส่วนร่วม เซ่น กำลังจะเปิดพัดลม ก็บอกกับลูกว่ากำลังจะเปิด พัดลม จากนั้นค่อยกดสวิตช์พัดลม นี้เป็นการสอนลูกอีกแบบหนึ่ง สอนให้ลูกเรียนรู้เกี่ยวกับเหตุและผล เมื่อกดสวิชตัพัดลม พัดลม ก็จะหมุนไม่ต้องหาของเล่นราคาแพง เพียงแต่ใช้ร่างกายของพ่อ หรือแม่ก็เพียงพอแล้ว แค่นอนราบลงไปบนพื้นแล้วให้ลูก พยายามคลานข้ามตัวไปมา เพียงแค,นี้ลกก็จะได้สนามเด็กเล่น  แสนสนุกภายในบ้านแล้วล่ะ ที่สำคัญลูกจะได้พัฒนากล้ามเนื้อ และได้เรียนรู้การแก้ปัญหาไปพร้อมๆ ก้นการเป่าลมเบาๆ ไปตามใบหน้าของทารกน้อย อาจจะ เป็นการเป่าที่มือ แขน หรือที่ท้องด้วยก็ได้ เป่าเป็นจังหวะช้า เร็วแล้วแต่พ่อแม่จะกำหนด แล้วรอดูการตอบสนองของลูกน้อยการเล่นซ่อนหาแล้วแกล้งมาจ๊ะเอลูก จะช่วยทำให้ลูก รู้สึกสนุกสนาน หัวเราะเอี้กอ๊ากเลยเชียวล่ะ และยังช่วยสอนให้ ลูกได้เรียนรู้ว่าของที่หายไปนั้นสามารถกลับคืนมาได้อีกเมื่อลูกสามารถกินอาหารเสริมได้หลากหลายมากขึ้น ก็ ควรหาของกินที่แตกต่างก้นออกไป อาจเป็นซีเรียล ผลไม้ชิ้น เล็กๆ เส้นมักกะโรนี พาสด้า และขณะที่ลูกกินนั้น หากลูกใช่มือ จับก็ไม่เป็นไร เพราะมันเป็นการแกหัดการใช่นิ้ว แกการใช่ ประสาทสัมผัสหาสิ่งของเครื่องใช่ในบ้านที่มืพื้นผิวแตกต่างก้น เช่น ผ้า ขนหนู ผ้าขนสัตว์ ผ้าไหม ผ้าผิาย และนำผ้าแต่ละชนิดไป ให้ลูกได้ผ่อนคลาย ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที นั่ง เงียบๆ วางลูกน้อยลงบนพื้นบ้าน ให้ลูกเล่นทุกสิ่งทุกอย่าง ตามใจชอบไม่ต้องเปิดทีวีเปิดไฟปล่อยให้ลูกน้อยสำรวจสิ่งต่างๆ ตามใจชอบ แล้วคอยดูว่าเมื่อไหร่หนูน้อยจะคลานมาหาเพื่อเล่น กับพ่อแม่อีกครั้ง ทำอย่างนี้เป็นการสอนให้ลูกเป็นตัวของตัวเองลูกน้อยชอบให้ทำอะไรตามเขาบ้าง ห่วงยางคอเช่น เลียนแบบ ทำทางการหาว ทำเสียงอ้อแอ้เลียนแบบเขา แกล้งดูดขวดนม ของเขา การทำอย่างนี้เป็นการช่วยสร้างแรงกระตุ้นให้ลูกได้ แสดงท่าทางต่างๆ ออกมาเป็นการแสดงออกตามความคิด และ นี่คือบทแรกของการคิดแบบสร้างสรรค์หากล่องใบเล็กๆ มาสัก 2-3 อ้น แล้วนำเอาของเล่นชิ้น โปรดของลูกซ่อนไวีในกล่องใบหนึ่ง แล้วสลับกล่องจนลูกจำไม่ได้ แล้วให้ลูกหาของเล่นชิ้นนั่นจนเจอ การทำอย่างนี้เป็นการฟัก สมองของลูกอย่างง่ายๆ
 

Comment

Comment:

Tweet