นึ่งเว้นระยะนิดหน่อยก่อนจะกล่าวต่อมาว่า “พี,นั่ง นึ่งอยู่ครู่หนึ่ง ค่อยๆ สำรวจตัวเอง รู้สึกปวดหนึบที่ขาข้างขวา คงจะไปกระแทก อะไรลักอย่างหนึ่ง และรู้สึกเจ็บหน้าอก เมื่อรู้สึกว่าดีขึ้น พี่จึงหันไปมองนกพี่เห็น นกเอามือกุมหัวเลือดไหลลงมาอาบแก้ม พี่คิดว่านกคงจะเจ็บหนัก พี่เอาผ้ามา ปิดแผลให้นก ครู่หนึ่งนกก็บอกเสียงกระท่อนกระแท่นให้พี่รืบลงไปดูแม่ลูก คู่นั้น ห่วงยางขนาดใหญ่  พี่ก็เพิ่งจะนึกได้รีบเปิดประตูรถออกมา อารมณ์ร็บร้อนกับความตกใจพี,ลืม ความไม่ ยอม อาย เจ็บปวดเสียสิ้น แต่พอครั้นก้าวเท้าออกมานอกรถพี่ก็ต้องล้มแผละลง ด้วยความ เจ็บปวดบริเวณขาข้างขวา พี่จึงต้องนั่งพักครู่หนึ่ง จึงได้ค่อยๆ พยุงตัวลุก ขึ้นมอง รอบๆ แต่...พี่สมชายหยุดนึ่งอีกครั้งเหมือนกับยังตกตะลึงอยู่ในเหตุการณ์ ผม รีบถามอย่างร้อนรน‘‘แม่ลูกคู่นั้นเป็นอะไรมากหรือเปล่าพี่” พี่สมชายส่ายหน้า “พี่ก็1ไม่รู้ ว่าพวกเขาเป็นอะไรหรีอเปล่า”“อ้าว! ทำไมละพี่” พี่สมชายถอนหายใจ “ก็พี่ไม่พบร่างของสองแม่?เกนั้นเลย”เอ็งสองคนตาฝาดไปหรือเปล่า” พี่วีระพูดขัดขึ้น “โธ่! ไอ้ระ เอ็งก็รู้ว่าข้าขับรถมาตั้งแต่รุ่นๆ จนแก'ใกล้จะตายอยู่แล้ว มีรื วะตาฝาด เอ็งน! ประสาท”พี่สมชายพูดออกมาจากความรู้สึกลึกๆ หันไปค้อน พี่วีระพี่หาทั่วบริเวณแล้วหรือพี่” ผมถามอย่างคลางแคลงใจ “อือ! พี่เดินส่องไฟหาอยู่ครู่หนึ่ง นกจึงได้เปิดประดูรถเดินเอามือกุมบาด- แผลออกมาช่วยพี่หาอีกแรง แต่ก็1ไม่พบ จนกระทั่งมืรถชาวบ้านละแวกนั้นผ่าน มาประสบเหตุ และช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาล ตำรวจเขาก็1ไปถามพี่ที่โรง แพยางยักษ์ - พยาบาล พี่ก็เส่าให้เขาฟังแบบเดียวกันกับที่เล่ามานึ่แหละ ตำรวจเขาก็พูดเปรยๆ ว่า พี่เป็นรายที่ 3 แล้วสำหรับเดือนนี้ พี่ก็ถามเขาไปว่าสาเหตุมาจากอะไร เขา บอกพี่ว่า เมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้วมาผู้หญิงกลางคน คงจะเป็นคนเดียวกัน กับที่พี่กับนกเห็น เชื่อว่าบัวผันพาลูกเดินข้ามถนนถูกรถยนต์ชนตายทั้งดู่ บริเวณ เดียวกันกับที่พี่ประสบเหตุนี่แหละ และนับแต่นั้นมาวิญญาณบัวผันและลูกก็ ยังคงวนเวียนไม่ยอมไปผุดไปเกิด ปรากฏตัวให้ใครต่อใครที่ผ่านไปมา เห็นตลอด แต่ยังไม่มืใครถึงกับชีวิต” พี่สมชายเล่ามายาวเหยียดจนพี่วีระ อดจะพูดขัดคอ ไม,ได้ “โธ่! ไอ้ชาย แก่จะเข้าโลงอยู่แล้ว เอ็งยังจะเชื่อเรื่องเหลวไหลไร้สาระอีก หรือว่ะ ข้าว่าเอ็งกะไอ้นกตาฝาดทั้งคู่ซะมากกว่า”“โธ่! ไอ้ระ ที่ข้าเล่าให้เอ็งฟังไม่ใช่ต้องการจะให้เอ็งเชื่อหรือไม่เชื่อ มันเป็น เรื่องของเอ็งข้าไม่ได้บังคับนี่หว่าว่าแต่ว่าปากอย่างเอ็งข้าว่าจะต้องโดนเข้าสักวัน จึงจะรู้สึก” พี่วีระยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ“ให้เจอทีเถอะวะ ถ้าเป็นผู้หญิงข้าจะเอาทำเมียซะเลย”เพี้ยง! เจ้าประคูณ ขอให้เอ็งเจอทีเถอะ” พี่สมชายลงทุนยกมือท่วม หัว พี่วีระยกมือห้าม พร้อมกับหัวเราะอย่างชอบใจ เป็นขณะเดียวกันกับเสมียน ใน บริษัทร้องเรียกพี่วีระ“พี่ระ พี่ระ ของเสร็จเรียบร้อยแล้วพี่” พี่วีระหันมาดึงแขนผมลุกขึ้น “ไป เชน ของเรยบร้อยแล้ว ไปก่อนนะขาย ขอให้หายเร็วๆ” พร้อมโบก ไม้โบกมือให้กับพี่สมชาย“เออ! ขอบใจมากโว้ย! ที่อวยพร เอ็งก็เหมือนกันขับรถดีๆ นะโว้ย ลูก เอ็งยังเล็กอยู่” พี่สมชายบอกอย่างอาทร  แพยางเพิ่มความสนุก “ขอบใจโว้ย! ที่เตือนไปละวันนั้นผมกับพี่วีระออกเดินทางจากกรุงเทพฯประมาณ18.00 น.เศษโดย มืจุดมุ่งหมายอยู่ที่คังหวัดภูเก็ต แต่ระหว่างทางจะต้องนำของไปล่งหลายที่โดย สาขาแรกที่จะต้องไปล่งคือ สาขาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผมรู้สึกว่าวันนี้พี่วีระ อารมณ์ดีเป็นพิเศษ ผิวปากร้องเพลงตลอดทาง พร้อมทั้งเปิดเพลงเบาๆ สสับ กันไปมาขณะนั้นเวลาก็ล่วงไปเกือบๆจะห้าทุ่มกำลังอยู่ในเขตจังหวัดชุมพร จู่ๆ พี่วีระก็แอมมือปิดวิทยุเทป แล้วถามผมโดยไม่มืทีท่าว่าจะสนใจคำตอบเอ้ย! ไอ้เซน เอ็งคิดยังไงเกี่ยวกับเรื่องที่ไอ้ชายเล่าว๊ะ” ผมหันหน้าไปมอง ถามอย่างอดจะสงสัยไม่ได้“มือะไรหรือพี่” ผมลังเลใจอยู่ครู่หนึ่งจึงบอกว่าผมก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันครับพี่ จะว่าไม่เชื่อเลยก็ไม่ได้ จะให้ผมเชื่อ
 

Comment

Comment:

Tweet